เกาะ

บางครั้งได้เกิดการเล่าขานต่อกันมาว่า”อ่าวมะนิลา“ถือเป็นอ่าวที่มีความเป็นธรรมชาติมากที่สุดในโลก หากได้เดินสำรวจหรือนั่งเรือรอบๆหาดเพื่อชมหาด จะรู้ว่าที่นี่เงียบสงบและห่างไกลแสงไฟจากเมืองใหญ่

เกาะ

อ่าวมะนิลานี้เป็นที่กำบังอย่างดี หมายความว่า พื้นที่ทั้งหมดของอ่าวมะนิลานี้กว่า 2,000 ตารางกิโลเมตร โดยลักษณะทางภูมิศาสตร์อ่าวมะนิลามีลักษณะตื้นเขิน แต่ทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำ เนื่องจากอ่าวมะนิลามีที่ต้องอยู่ติดกับแผ่นดินใหญ่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงกลายเป็นท่าเรืออันมีความสำคัญในช่วงประวัติศาสตร์ ซึ่งหากใครเข้าใกล้ท่าเรือแห่งนี้และรับรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ของอ่าวมะนิลา จะรับรู้ได้ถึงเรือรบของแต่ละฝ่ายสู้รบกันในยุทธการอ่าวมะนิลาปี 1898 ด้วยความสงบของอ่าวแห่งนี้ทำให้เวลาล่องเรือแล้วนึกถึงประวัติศาสตร์สมัยก่อน

แต่อ่าวมะนิลายังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องอยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันตกประมาณ 48 กิโลเมตร เกาะแห่งนี้มีชื่อว่า เกาะคอร์ริกิดอร์ ซึ่งเป็นป้อมปราการที่สำคัญในอดีต เพราะตั้งอยู่ปากอ่าวทางเข้าของเกาะมะนิลา ซึ่งฟิลิปปินส์ใช้ป้อมปราการแห่งนี้เป็นฐานทัพ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อป้องกันไม่ให้ข้าศึกฝ่ายญี่ปุ่นเข้ามาเมืองหลวงได้

ปืนใหญ่

เมื่อสงครามสิ้นสุดลง สถานที่เหล่านี้ บนอ่าวมะนิลาก็เหลือเพียงซากปรักหักพัง แห่งความทรงจำที่ถูกจากลึกเป็นประวัติศาสตร์ของชาวฟิลิปปินส์อันถูกปกคลุมไปด้วยความโหดร้ายของสงครามให้คนรุ่นหลังได้ชมและศึกษา

ปืนใหญ่

ทั้งนี้ทั้งนั้นสถานที่สำคัญบนเกาะแห่งนี้จะเป็นซากของอาคารต่างๆ ที่เคยเป็นฐานทัพของกองทัพทหารฟิลิปปินส์ในสมัยนั้น มีทั้งซาก โรงอาหาร ที่พัก รวมถึงโบสถ์ ห้องเก็บอาวุธของทหารในสมัยนั้น และปืนใหญ่ของประสหรัฐอเมริกาที่เคยใช้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

Written by