หนึ่งในกลุ่มโบสถ์สี่หลัง ตัวอย่างของศิลปะยุโรปผสมผสานเอกลักษณ์ฝีมือช่างประติมากรรมแบบจีนและฟิลิปปินส์ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อ พ.ศ. 2536 ตั้งอยู่ ณ อินทรามูรอส เมืองประวัติศาสตร์ล้อมรอบด้วยกำแพงโบราณภายในกรุงมะนิลา

โบสถ์ซานอะกุสตินสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2150 บนพื้นที่โบสถ์เก่าสองหลังที่ถูกไฟไหม้ทำลายลง นับเป็นตัวอย่างชั้นเยี่ยมของสถาปัตยกรรมยุโรปแบบบาโรกโดดเด่นด้วยการประดับประดาโครงสร้างอย่างวิจิตรตระการตา เน้นแสงเงาตัดกัน โดยปรับให้เข้ากับสภาพอากาศของฟิลิปปินส์ โคมระย้าทองขนาดใหญ่ห้อยลงมาจากเพดานทรงโค้ง บันไดสู่หลังคาตกแต่งอย่างงดงามซ่อนตัวหลังครีบยันที่แข็งแรงมั่นคง อีกทั้งหอระฆังหินปะการังตั้งตระหง่าน โบสถ์มรดกโลกหลังนี้ผ่านพ้นความเสียหายหลายต่อหลายครั้งตลอดอายุขัยอันยาวนาน ทั้งจากเปลวเพลิง สงครามและการปล้นสะดมภายในจัดแสดงตัวอย่างอันประณีตของศิลปะรูปเคารพแบบโรมันคาทอลิก จิตรกรรมฝาผนังหาชมยากรวมถึงงานศิลปะและสถาปัตยกรรมแบบบาโรกอันทรงคุณค่า

โบสถ์ซานอะกุสตินตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของกรุงมะนิลา ภายในเมืองอินทรามูรอสหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่คึกคักที่สุดของเมือง สามารถเดินถึงได้จากอ่าวมะนิลา

โครงการมรดกโลกของยูเนสโก หรือ UNESCO World Heritage Program เสนอขึ้นครั้งแรกโดยสหรัฐอเมริกาเมื่อ พ.ศ. 2508 มีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์ “พื้นที่ตามธรรมชาติที่มีทัศนียภาพงามยิ่ง ตลอดจนสถานที่ทางประวัติศาสตร์ของโลก เพื่อปัจจุบันและอนาคตของพลเมืองโลก” ต่อมาจึงได้รวมอยู่ภายใต้การดูแลขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization: UNESCO) ปัจจุบัน มีรายชื่อสถานที่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในโครงการกว่า 980 แห่ง สถานที่เหล่านี้ต้องมีคุณลักษณะอย่างน้อยหนึ่งข้อที่ตรงตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 10 ข้อ เช่นทรงคุณค่าโดดเด่นด้านความคิดสร้างสรรค์ วัฒนธรรม ศิลปกรรม ประวัติศาสตร์ สิ่งแวดล้อมหรือชีววิทยา เมื่อสถานที่ผ่านการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้วจะได้รับความคุ้มครองภายใต้สนธิสัญญาและข้อตกลงระหว่างประเทศหลายฉบับ นับเป็นพิพิธภัณฑ์ถาวรและเครื่องสืบทอดวัฒนธรรมร่วมกันของมนุษยชาติ

Written by